บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-2 นครราชสีมา เอฟซี

  • No Comments
บลูแมชชีนที่เหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกเปิดรังพยโคราช 1-2 ตกชั้นสู่เอ็ม-150 แชมเปี้ยนลีกชิพเป็นทีมที่ห้า

ศึกโตโยต้าไทยลีก 2018 นัดที่ 34 (นัดสุดท้าย) ระหว่าง บีจีเอฟซี อันดับ12 พบ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อันดับ10 ที่สนามลีโอ สเตเดียม เวลา 18.00 น.

บลูแมชชีน ไม่ชนะใครสองนัดติดต่อกันอีกทั้งยังต้องลุ้นหนีตกชั้นในนัดสุดท้ายโดยเกมนี้ต้องการเพียง 1 คะแนนเท่านั้น แกนหลักอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์,ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ สรุชาติ สารีพิมพ์ ลงสนามครบครัน

ส่วน สวาทแคท ไร้ชัยในเกมลีก 4 นัดติดต่อกันแต่ก็การันตีรอดตกชั้นเป็นที่เรียบร้อยเกมนี้แกนหลักยังอยู่กันครบทั้ง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว,จักรกฤษ นิยมสุข และ เลอันโดร อัสซัมเซา

เกมผ่านมาถึง น.11 บีจี ได้ลุ้นทักทายทีมเยือนก่อนจากลูกฟรีคิกของ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ บอลโค้งไปทางเสาสอง เฉลิมศักดิ์ อักขี ได้โขกแต่บอลหลุดออกเสาไปนิดเดียว

น.32 บีจี มาได้ประตูขึ้นนำสำเร็จเมื่อ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ พาบอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษก่อนแตะให้ สุรชาติ สารีพิมพ์ ไหลบอลไปกลางประตูให้ ดาเนียล โตติ ยิงเข้าไปไม่พลาด เจ้าถิ่นออกนำ 1-0

น.35 หลังเสียประตูเพียงสามนาที โคราช มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 เมื่อ นฤพล อารมณ์สวะ เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปกลางประตู กรพัฒน์ นารีจันทร์ ออกมาตัดบอลพลาดบอลมาถึง เอกนัฏฐ์ คงเกตุ ได้ซัดในกรอบหกหลาเข้าไปไม่เหลือ

น.40 บีจี ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ไปสกัดฟาวล์ เลอันโดร อัสซัมเซา ที่กำลังเลี้ยงบอลเข้ากรอบเขตโทษผู้ตัดสินไม่รอช้าควักใบแดงไล่ออกจากสนามไป

น.41 จากจังหวะต่อเนื่อง โคราช มาได้ประตูขึ้นนำครั้งแรก 2-1 จากลูกฟรีคิกระยะ 20 ของ เลอันโดร อัสซัมเซา ปั่นโค้งเสียบใต้คานเข้าไปไม่พลาด และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังผ่านไป น.70 โคราช หวิดได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-1 เมื่อ ย่าหยา คูนาท พาบอลกระลุยไปในเขตโทษก่อนแตะไปให้ ชาห์เรล ฟีกรี หัวหอกตัวสำรองได้ยิงแต่ไม่เต็มแรงก่อนถูกเคลียร์ออกไป

น.80 บีจี หวิดได้ประตูตีเสมอเมื่อ สุรชาติ สารีพิมพ์ แต่งบอลกับเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษก่อนซัดระยะเผาขนติดเซฟ แซมมวล ป.คันนิงแฮม

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติม บีจีเอฟซี เปิดบ้านพ่ายให้กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-2 ตกชั้นสู่เอ็ม- 150 แชมเปี้ยนชิพ(T2)เป็นทีมที่ 5

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

บีจีเอฟซี: กรพัฒน์ นารีจันทร์(GK),เฉลิมศักดิ์ อักขี,ธนบูรณ์ เกษารัตน์,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์,สุรชาติ สารีพิมพ์,ดาวิด บาลา(อาเรียล โรดริเกวซ น.65),ศราวุฒิ มาสุข(ชาตรี ฉิมทะเล น.57),จักรกฤษ ลาภตระกูล,ดาเนียล โตติ,อานนท์ อมรเลิศศักดิ์(อภิสิทธิ์ โสรฎา น.76),ปิยะชนก ดาฤทธิ์

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี: แซมมวล ป.คันนิงแฮม(GK),นพพล เกิดแก้ว,เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว,เอกณัฏฐ์ คงเกตุ,เมธี ทวีกุลกาญจน์,นฤพล อารมณ์สวะ,ดอกชัย ฤทธิพันธุ์,เดชา สร้างดี,ย่าหยา คูนาท,จักรกฤษ นิยมสุข,เลอันโดร อัสซัมเซา

สุพรรณบุรี เอฟซี 1-2 ชัยนาท เอฟซี

  • No Comments
นกใหญ่พิฆาต บุกชนะ สุพรรณบุรี ช่วงทดเจ็บ 2-1 ทำให้รอดตกชั้นได้สำเร็จ จากการที่เฮดทูเฮดดีกว่า บีจี

ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดสุดท้ายของฤดูกาล เจ้าถิ่น สุพรรณบุรี เอฟซี อันดับ 7 ของตาราง เปิดบ้านพบกับ ชัยนาท ฮอร์นบิล อันดับ 14 ของตาราง

นกใหญ่พิฆาต เป็น 1 ใน 3 ทีมร่วมกับ สุโขทัย เอฟซี และ บีจีเอฟซี ที่ต้องมาหนีตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย โดยสถานการณ์พวกเขาถือว่าเลวร้ายที่สุด เพราะนอกจาก ต้องชนะให้ได้สถานเดียวแล้ว ยังต้องลุ้นให้ บลู แมชชีน เปิดบ้านแพ้ นครราชสีมา เอฟซี และ สุโขทัย เอฟซี ไม่สามารถเปิดบ้านชนะ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ได้

ครึ่งแรก นกใหญ่พิฆาต ทำได้ เมื่อขึ้นนำก่อน 1-0 จากจุดโทษของ อองรี เบอร์นาร์ด อีกทั้งเกมโดยรวม ยังเหนือกว่าชัดเจน แต่บวกประตูที่สองไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับสู่ครึ่งหลัง นกใหญ่พิฆาต ยังมีโอกาสได้ประตูที่สองหลายครั้ง แต่จบสกอร์ไม่ได้เอง กระทั่งนาทีที่ 90 สุบรรณ เงินประเสริฐ เปิดจากเส้นหลังฝั่งขวามาให้ ทินกร อสุรินทร์ โขกให้ สุพรรณบุรี ตีเสมอ 1-1

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 90+4 ทินกร อสุรินทร์ ทำเสียจุดโทษ เมื่อผู้ตัดสินมองว่าทำแฮนด์บอล ก่อนเป็น อองรี เบอร์นาร์ด ซัดเข้าไปให้ นกใหญ่พิฆาต ขึ้นนำ 2-1 และจบเกมด้วยสกอร์นี้

เท่ากับว่า นกใหญ่พิฆาต รอดตกชั้นได้สำเร็จ หลังมี 42 คะแนน เท่ากับ บีจีอฟซี ที่เปิดบ้านพ่าย นครราชสีมา เอฟซี 1-2 แต่ เฮดทูเฮด ดีกว่า

11 ผู้เล่นตัวจริง

สุพรรณบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (GK) – อรรถวิทย์ สุขช่วย , นฤพน ไวลด์ , ประสิทธิ์ จันทุม , ชนานันท์ ป้อมบุบผา , มีโชค มหาศรานุกูล , กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ , สุพรรณ ทองสงค์ , นพพล ปิตะฝ่าย , ศิริมงคล จิตบรรจง , ทินกร อสุรินทร์

ชัยนาท ฮอร์นบิล : ธีรัตม์ นาคชำนาญ (GK) – โชตินันท์ วีรภัทรพงศ์ , เรียวทาโร คารุเบะ , อองรี เบอร์นาร์ด , ฉัตรชัย คุ้มพญา , ณัฐพล เทพอุทัย , จีระ เจริญสุข , ดียุฟ บีรัม , ปริญญา อู่ตะเภา , เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม , สันติภาพ ราษฎร์นิยม

ราชนาวี 0-5 การท่าเรือ เอฟซี

  • No Comments
การท่าเรือ เอฟซี ของ มาดามแป้ง โชว์ฟอร์มเก่งบุกชนะราชนาวี 5-0 แซง เมืองทอง ขึ้นที่ 3 ชั่วคราว

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 29 กันยายน คู่ 20.00 น. ที่สนาม กม. 5 สัตหีบ ราชนาวี เปิดบ้านพบกับ การท่าเรือ เอฟซี

เริ่มเกมเป็นทีมเยือนที่มีโอกาสหลายครั้ง และนาทีที่ 13 เซร์คิโอ ซัวเรส บุกขึ้นมา จ่ายให้ ดราแกน บอสโควิช แปเข้าไปให้เป็นประตูนำของท่าเรือ 1-0

นาที 23 ท่าเรือได้ลูกฟรีคิก ปกรณ์ เปรมภักดิ์ รับหน้าที่ปั่นโค้งเข้ามา แต่บอลถากเสาสองออกหลังไป

นาที 36 จังหวะเคาะบอลหน้าประตู และเป็นศิวกร จักขุประสาท ที่ยิงเบียดเสาแรกเข้าไปเป็นประตูที่สองให้กับการท่าเรือในเกมนี้

สี่นาทีต่อมา ท่าเรือมาได้ประตูทิ้งห่าง ศิวกร จ่ายบอลให้นูรูลที่วิ่งนำทาง เลือกยิงเข้าไปแบบนิ่มๆ 3-0

ทดเจ็บครึ่งแรกปกรณ์เปิดบอเข้ากลางมาให้ เควิน ดีรมรัมย์ วิ่งเติมมาแปบอลเข้าไปเป็นประตูของท่าเรือ 4-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาในเกมครึ่งหลังนาที 55 ท่าเรือเกือบได้ประตูที่ห้า ดราแกนยิงเฉียดเสาแรกออกหลังไปนิดเดียว

สิงห์เจ้าท่ามีโอกาสนาที 74 นูรูล พยายามเลี้ยงบอลเข้าไปหาจังหวะยิง แต่จังหวะสุดท้ายก็ติดกองหลังราชนาวีตัดบอลเอาไว้ได้

และแล้วนาที 79 จากจังหวะลูกเตะมุม เอเลียส ดอเลาะ ขึ้นโหม่งบอลตกพื้นเข้าประตูที่เสาสอง เข้าไปเป็นประตูที่ 5 ของท่าเรือ

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกมการท่าเรือ เอฟซี บุกมาเอาชนะ ราชนาวีไป 5-0 เก็บ 3 แต้มทำให้ตอนนี้มี 55 คะแนน แซงขึ้นไปอยู่อันดับสามแทนที่เมืองทองที่มี 54 คะแนน โดย กิเลนผยอง มีคิวบุกเยือน สุโขทัย แข่งขันวันอาทิตย์ นี้

รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกทั้งสองทีม

ราชนาวี : วิษณุศักดิ์ แก้วเรือง (GK), ซากีรีน ตีกาสม, ภานุวัฒน์ ไฟไหล, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์,มงคล นามนวด, เกรียงไกร พิมพ์รัตน์, รังสรรค์ วิรุฬห์ศรี, ชุษณะ นัมคณิสร, วิเตอร์ จูเนียร์, อามาดู อ็อตตารา, แอร์ลิสัน คาญอน

การท่าเรือ เอฟซี : วัชระ บัวทอง(GK), นิติพงษ์ เสลานนท์, เอเลียส ดอเลาะ, ดาบิด โรเชรา, เควิน ดีรมรัมย์, คิม ซุง ฮวาน, ศิวกร จักขุประสาท, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, นูรูล ศรียานเก็ม, เซร์จิโอ ซัวเรส, ดราแกน บอสโควิช

แบงค็อก ยูไนเต็ด 6-2 แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี

  • No Comments
ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เรียงหน้ายิงซัดถล่มแอร์ฟอร์ซเละเทะ 6-2

ศึกโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 29 กันยายน คู่ 19.00 น. ที่สนามทรู สเตเดียม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เล่นเกมในบ้านส่งท้ายพบกับแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี

เกมนี้ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี หมดสิทธิ์ใช้งาน วิศรุต อิ่มอุระ และ เออร์เนสโต้ ภูมิภา 2 แข้งตัวหลักที่ยืมมาจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด แต่ยังได้รับข่าวดีเมื่อ พิศาล ดอกไม้แก้ว และ กิตติพงษ์ ปถมสุข 2 หายเจ็บกลับมาช่วยทีม ส่วนตัวหลักๆรายอื่นทั้ง อเล็กซ์ คาปิโซด้า, เกร็ก ฮูล่า และ เคน วินเซนต์ ลงสนามทั้งหมด

เริ่มเกมขึ้นมานาทีที่ 4 แบงค็อก ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ สุมัญญา ได้ซัดไกลหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลหลุดออกหลัง

จากนั้นนาทีที่ 22 โอกาสเป็นของ แบงค็อกอีกครั้งจากลูกฟรี
คิกหน้าเส้นเขตโทษ สุมัญญา วิ่งหลอกให้ สรรวัชญ์ วิ่งเข้ามายิงแต่บอลเบาเกินไป พิศาล พุ่งคว้าเอาไว้ได้

และนาทีที่ 29 แบงค็อกได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ วันชัย วางบอลจากฝั่งซ้ายให้ ร็อบสัน ทิ้งตัวโหม่งเข้าไปให้ทีมขึ้นนำ 1-0 เท่านั้นยังไม่พอนาทีที่ 31 แบงค็อก มาได้ประตูที่ 2 จากจังหวะที่ ร็อบสัน ฉกบอลมาจาก สุรชัย ในเขตโทษด้านซ้ายก่อนจะไหลให้ เอกชัย ที่เติมเกมขึ้นมาได้ปั่นด้วยขวาเข้าไปให้ทีมหนีห่างเป็น 2-0

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 39 แอร์ฟอร์ซ มีลุ้นตีไข่แตกเมื่อภิญโญ กระชากบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษก่อนซัดเน้นๆ แค่ ฟาลเคสการ์ด ยังล้มตัวคว้าเอาไว้ได้ ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มเติมไม่ได้หมดเวลาการแข่งขัน แบงค็อก ออกนำ แอร์ฟอร์ซ 2-0

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 50 แบงค็อก มาได้ประตูที่ 3 จากจังหวะที่ สุมัญญา กระชากบอลฝ่าแนวรับ แอร์ฟอร์ซ เข้าไปให้เขตโทษฝั่งซ้ายก่อนบรรจงแปรเน้นๆ สวนทาง พิศาล เข้าไปให้ทีมหนีห่างออกไปอีกเป็น 3-0

จากนั้นในนาทีที่ 58 แอร์ฟอร์ซ มาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ กิตติพงษ์ วางบอลจากฝั่งซ้ายให้ ฮูล่า หลุดเข้าไปซัดในเขตโทษเข้าไปให้ทีมไล่มาเป็น 1-3

นาทีที่ 79 แบงค็อกได้ประตูที่ 4 จากจังหวะที่ วานเดอร์ หลุยส์ ไหลบอลทะลุช่องให้ ธีรเทพ ตัวสำรองที่ลงมาในครึ่งหลังได้หลุดเข้าไปให้เขตโทษฝั่งซ้ายก่อนบรรจงปั่นโค้งๆเสียบเสาสองเข้าไปให้ทีมนำ 4-1

นาทีที่ 84 แอร์ฟอร์ซ ได้ประตูที่ 2 เมื่อ พิชิตย์ วางบอลจากกราบขวาเข้าไปให้เขตโทษให้ วรายุทธ ตัวสำรองที่ลงมาในครึ่งหลังเทคตัวขึ้นโขกบอลเข้าไปให้ทีมไล่มาเป็น 2-4
แต่ในนาทีที่ 86 แบงค็อก มาได้ประตูที่ 5 จากจังหวะที่ เอกชัย กระชากบอลขึ้นมาทางกราบขวาก่อนเปิดบอลไปที่เสาสองให้ ธีรเทพ ชาร์ตเข้าไปให้ทีมนำ 5-2

นาทีที่ 87 แบงค็อกมาได้ประตูที่ 6 เมื่อ เอกชัย ไหลบอลให้ รุ่งรัตน์ หลุดเข้าไปยิงให้ทีมนำ 6-2 ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มเติมไม่ได้หมดเวลาการแข่งขัน แบงค็อก ยูไนเต็ด ชนะ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี 6-2